Healthy Corner
Views  1023
8 โรคฮิตของผู้บริหาร

 

 

 

 

อาชีพที่มีจุดอ่อน โดนโรคร้ายคุกคามได้ง่าย คงหนีไม่พ้นนักธุรกิจ นักบริหาร รวมไปถึงครอบครัวที่มีธุรกิจส่วนตัว เนื่องจากต้องเผชิญกับความเครียด และความเสี่ยงไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งส่วนใหญ่ ผู้ชายจะเป็นมากกว่าผู้หญิง นั่นหมายความว่า บุคคลกลุ่มเสี่ยงที่ถูกรุมรังแกจากโรคมากที่สุดในบ้าน เห็นทีจะหนีไม่พ้นคุณพ่อ เส้นเลือดใหญ่ที่ต้องแบกความรับผิดชอบ เพื่อหาเลี้ยงครอบครัวให้อยู่ดีมีสุข จนละเลยสุขภาพของตัวเอง ประเด็นดังกล่าวนี้ เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งอาชีพกลุ่มเสี่ยงนี้ จะต้องรู้เท่านั้น และบริหารชีวิตไม่ให้เครียดจนเกินไป ดังนั้นจึงได้รวบรวมข้อมูลอันดับโรคที่นักธุรกิจ หรือนักบริหารเป็นมากที่สุด ซึ่งโดยหลักๆ แล้วมีด้วยกัน 8 โรค ซึ่งแต่ละโรคมีรายละเอียด และสัญญาณของอาการเตือนภัย ดังนี้

 

1. ความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูง ถือเป็นโรคมาแรงในกลุ่มผู้บริหาร เพราะต้องเผชิญต่อความกดดัน และความเครียดอยู่บ่อยครั้ง ทั้งลูกน้อง หรือคนใกล้ตัว ที่สำคัญโรคนี้ยังเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต ไตวาย โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือหัวใจล้มเหลว

 

สำหรับสัญญาณเตือนของโรคดังกล่าวนี้ จะมีเสียงดังหวิวๆ หรือหึ่งๆ ในหู หรือได้ยินเสียงชีพจรในศีรษะของตัวเอง เวียนศีรษะ โดยเฉพาะตอนเปลี่ยนอิริยาบถ นอกจากนี้ยังรู้สึกได้ว่าใจสั่นบ่อย หัวใจเต้นแรงผิดปกติ ขาบวม หงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ เหนื่อย และเพลียผิดปกติ ขอแนะนำให้พาตัวเองมาตรวจสุขภาพทันที

 

2. โรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมอง เกิดจากภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง เพราะมีการอุดตันของเส้นเลือดที่นำอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองส่วนต่างๆ ส่งผลให้เนื้อสมองเสียหาย อยู่ในภาวะที่ทำงานไม่ได้ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ โรคสมองขาดเลือด เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน และโรคเลือดออกในสมอง เกิดจากหลอดเลือดสมองแตก จากสถิติของประเทศไทยพบว่าอัตราการตายซึ่งมีสาเหตุมาจากสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 พบเป็นร้อยละ 6 (ข้อมูลจาก World Health Organization)

 

3. หลอดเลือดหัวใจตีบตัน

หลอดเลือดหัวใจตีบตัน หรือโรคหัวใจขาดเลือด โรคนี้เป็นสาเหตุการตายสำคัญอันดับหนึ่งของไทย เกิดจากการตีบ หรืออุดตันของเส้นเลือดจากการสะสมไขมัน โคเลสเตอรอล ทำให้เส้นเลือดแดงไม่สามารถนำเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ตามปกติ

 

ดังนั้นใครที่มีอาการเจ็บหน้าอกเหมือนมีอะไรมากดทับ หรือจุกแน่นลึกๆ บริเวณใต้กระดูกหน้าอก หรือหน้าอกด้านซ้าย มักเจ็บตอนที่เดินเร็ว ยกของหนัก หรือวิ่ง หรือเมื่อรู้สึกเครียดที่ต้องทำงานเร่งรีบ ประกอบกับความเครียด ต้องทานอาหารฟาสต์ฟูด ทำให้อ้วน ขาดการออกกำลังกาย เหล่านี้ล้วนแต่นำมาสู่ความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน

 

ส่วนใหญ่มักมีอาการเฉียบพลัน ทำให้ ตาพร่ามัว ปวดศีรษะ เฉียบพลันแบบไม่ทราบสาเหตุ แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก วิงเวียน หรือวูบแบบฉียบพลัน หากถึงมือแพทย์ช้า อาจเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตตลอดชีวิต

 

4. โรคกระเพาะอาหาร

โรคกระเพาะอาหาร เป็นโรคระบบทางเดินอาหารขัดข้อง เนื่องจากกระบวนการที่อาหารผ่านไปนั้นทำงานผิดปกติ โรคนี้ถือเป็นโรคยอดฮิตในหมู่ผู้บริหาร เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มักจะต้องทำงานแข่งกับเวลา และเคร่งเครียดอยู่กับงานจนลืมที่จะรับประทานอาหาร หรือเกิดจากการดื่มสุรา สูบบุหรี่อย่างหนัก

 

พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้ ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารได้ทั้งสิ้น ส่วนใหญ่เมื่อกินอาหารเข้าไปประมาณ 30 นาทีถึง 3 ชั่วโมง ก็จะมีอาการปวดท้อง บางครั้งเมื่อรับประทานข้าวเสร็จก็ปวดท้องขึ้นมาในทันทีทันใด หรือปวดท้องก่อนรับประทานก็ได้ หรืออาจมีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อยร่วมด้วย

 

5. โรคมะเร็งตับ

โรคมะเร็งตับ ถือเป็นโรคมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะเพศชายซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้มีอัตราเสี่ยงสูง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบ โรคพยาธิใบไม้ในตับ อะฟลาท็อกซินไนโตรซามีน ที่พบอยู่ในตัวยากันบูด ปลาร้า เนื้อแห้งโดยเฉพาะอาหารที่ใส่ดินประสิว ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือกรรมพันธุ์ เป็นต้น

 

อาการเริ่มแรกของโรคมะเร็งตับค่อนข้างคลุมเครือ บางรายอาจจะไม่เกิดอาการอะไร เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ทำงานไม่ค่อยไหว จุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืดอาหารไม่ย่อย บางรายเจ็บบริเวณชายโครงข้างขวา และอาจปวดร้าวไปที่ไหล่ข้างขวาหรือบริเวณลำตัวข้างขวาทั้งหมด ในระยะสุดท้ายจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง บางรายอาจมีน้ำในช่องท้อง ท้องมาน บวมที่ข้อเท้า

 

6. โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน มักเกิดได้ง่ายกับคนอ้วนหรือผู้ที่รับประทานอาหารประเภทแป้งมากเกินไป กรรมพันธุ์ รวมทั้งผู้ที่มีความเครียดอยู่ตลอดเวลาอย่างกลุ่มนักบริหาร เนื่องจากเมื่อเกิดความเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนบางอย่างออกมาทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและจะทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ในที่สุด โรคเบาหวานมักพบจากการตรวจร่างกายประจำปี โดยไม่มีอาการผิดปกติให้สังเกตเห็น

 

นอกจากอาการอ่อนเพลีย สมองมึนงง และถ้าตรวจว่าเป็นโรคเบาหวานแล้ว ต้องดูแลรักษากันตลอดชีวิตเพราะโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หาย แต่ถ้าปล่อยปละละเลยอาการของโรคจะกำเริบมากขึ้น อาการระยะเฉียบพลัน เช่นเกิดภาวะน้ำตาลต่ำกว่าปกติ หน้ามืด เหงื่อแตก ใจสั่น

 

ขณะที่ระยะเรื้อรัง จะพบอาการปัสสาวะบ่อย คอแห้งกระหายน้ำ ตาพร่ามัว สมรรถภาพทางเพศลดลง ความต้านทานโรคต่ำ ป่วยง่าย และมีโรคแทรกซ้อนในแบบอื่นๆเช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และระยะสุดท้าย จะพบเบาหวานลงไตอาจสูญเสียอวัยวะ เช่นเป็นแผลเรื้อรังที่เท้าจะต้องตัดทิ้ง

 

7. โรคถุงลมโป่งพอง

โรคถุงลมโป่งพอง ที่เกิดกับกลุ่มนักบริหาร มักจะเกิดกับผู้ที่สูบบุหรี่จัดเป็นเวลานานๆ หรืออยู่ในบริเวณที่มีควันบุหรี่เป็นระยะเวลานานติดต่อกัน ส่วนใหญ่จะเกิดกับผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป สัญญาณเตือนภัยของผู้ที่เป็นโรคถุงลมโป่งพอง จะมีอาการไอ เริ่มจากไอแห้งๆและมักไอมากตอนกลางคืนเวลาอากาศเย็นและตอนเช้าหลังตื่นนอน มีอาการเหนื่อยเวลาออกกำลังกาย เป็นหวัด หลอดลมอักเสบบ่อยๆ หรือมีอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง

 

8. โรคกระดูกพรุน

กระดูกพรุน คือ ภาวะที่มีเนื้อกระดูกบางตัวลง เนื่องจากมีการสร้างกระดูกน้อยกว่าการทำลายกระดูก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการหัก หรือยุบตัวได้โดยง่าย มักเกิดขึ้นกับกลุ่มนักบริหาร ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่สภาพร่างกายกำลังเสื่อมสมรรถภาพ และมักไม่มีเวลาออกกำลังกาย ทำงานแข่งขันกับเวลา เครียด สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอลล์ และกาแฟเป็นประจำ รวมทั้งมองข้ามอาการผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วยเช่น เคยมีประวัติกระดูกหักในครอบครัวจากภาวะกระดูกพรุน หรือรับประทานยา Steroid เป็นประจำ ควรเริ่มตรวจความหนาแน่นกระดูกเมื่ออายุ 40 ปี

 

โดยในระยะแรกมักไม่มีอาการ เมื่อเริ่มมีอาการ แสดงว่าเป็นโรคมากแล้ว อาการสำคัญของโรค ได้แก่ ปวดตามกระดูกส่วนกลางที่รับน้ำหนัก เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และอาจมีอาการปวดข้อร่วมด้วย ต่อมาความสูงของลำตัวจะค่อยๆ ลดลง หลังจะโก่งค่อมหากหลังโก่งค่อมมากๆ จะ ทำให้ปวดหลังมากเสียบุคลิก เคลื่อนไหวลำบากระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหารถูกรบกวน เมื่อเป็นโรคติดเชื้อของทางเดินหายใจ จะหายยาก ระบบย่อยอาหารผิดปกติ ท้องอืดเฟ้อ และท้องผูกเป็นประจำ

 

ทั้ง 8 โรคที่กล่าวมานี้ สิ่งที่จะช่วยให้นักบริหาร สามารถดำเนินกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อมๆ กับสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ นั่นคือ การแบ่งเวลาให้กับตัวเอง โดยการใช้เวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์พักผ่อนกับครอบครัวอย่างเต็มที่ รวมถึงหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายจะทำให้หัวใจและปอด มีสมรรถภาพดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความอ้วนทำให้ไขมันใต้ผิวหนังหมดไป อีกทั้งยังเป็นการลดน้ำตาลในเส้นเลือดได้อีกด้วย

 

อย่างไรก็ดี ถ้าทำได้ ควรฝึกนิสัยในการเลือกบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารเพียงพอให้ครบทุกมื้อ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก สิ่งเสพติด เครื่องดื่มมึนเมา และหมั่นตรวจสุขภาพร่างกายทุกปี เพียงเท่านี้ก็จะเป็นคุณพ่อนักบริหารที่มีประสิทธิภาพ นำพาองค์กร และครอบครัวไปสู่ความสำเร็จโดยไม่เป็นเหยื่อของ 8 โรคดังกล่าวนี้

 

 

ที่มา: like-insurance.com