Healthy Corner
Views  1515
9 วิธีลดเลือนริ้วรอย ช่วยใบหน้าไม่แก่ก่อนวัย

 

 

 

 

วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ มาเอาใจคุณสาวๆ กับวิธีลดเลือนริ้วรอย คำว่าริ้วรอยสำหรับผู้หญิง คือคำที่เจ็บปวดที่สุด ยิ่งถ้าริ้วรอยมาปรากฏอยู่บนใบหน้ายิ่งไม่ต้องบอกเลยว่าจะรู้สึกอย่างไร แต่นับจากวินาทีนี้ไปริ้วรอยจะไม่ใช่ตัวปัญหาที่น่าหนักใจสำหรับคุณผู้หญิงอีกต่อไป

 

1. นอนหงาย

สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกันแนะนำว่า การนอนในท่าใดท่าหนึ่งเพียงท่าเดียวทุกๆ คืนจะทำให้หน้ายับ ก่อนจะกลายเป็นริ้วรอยที่เห็นได้ชัดบนผิวหน้าและไม่เลือนหายไปแม้ว่าจะลุกขึ้นมาแล้วก็ตาม โดยการนอนตะแคงข้างจะเพิ่มริ้วรอยที่แก้มและคาง ขณะที่การนอนคว่ำจะทำให้เกิดรอยย่นบนหน้าผาก ฉะนั้นเพื่อลดการก่อตัวของริ้วรอยแนะนำให้สาวๆ เปลี่ยนมานอนหงายแทน แม้ว่าอาจจะไม่ชินในช่วงแรกและเผลอพลิกไปนอนในท่าที่เคยชินตอนหลับไปแล้ว แต่ก็ยังดีกว่านอนตะแคง หรือนอนคว่ำอย่างเดียวโดยไม่เปลี่ยนท่าเลยตลอดคืน

 

2. รับประทานปลามากขึ้น

อันนี้ฝรั่งเขาแนะนำให้รับประทานปลาแซลมอน ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีแล้วยังอุดมไปด้วยวิตามินที่ดีต่อผิว เพราะว่ามีส่วนประกอบของกรดไขมันจำเป็นที่ชื่อว่ากรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น ยืดหยุ่น เด้งดึ๋ง และดูอ่อนเยาว์ รวมถึงช่วยลดเลือนริ้วรอยด้วย แต่สำหรับคนไทยอาจจะหันมารับประทานปลาสวาย ปลาไทยๆ ราคาไม่แพง แต่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ไม่แพ้ปลาชนิดไหนในโลกแทนก็ได้ ไม่ต้องรับประทานปลาแซลมอนให้เปลืองสตางค์

 

3. เลิกหยีตา หาแว่นมาใส่ด่วน

สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกันแนะนำว่า การขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้าซ้ำๆ อย่างเช่นการหยีตาจะทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าต้องทำงานหนักเกินไปและทำให้เกิดร่องลึกที่ชั้นใต้ผิวหนังซึ่งร่องลึกเหล่านี้จะพัฒนาไปเป็นริ้วรอยถาวร ฉะนั้นทำตาโตๆ กันเข้าไว้ โดยการใส่แว่นสำหรับอ่านหนังสือ (ถ้าจำเป็นต้องใช้ เพราะสายตาสั้น) รวมถึงควรใส่แว่นกันแดดเพื่อปกป้องผิวหนังรอบๆ ดวงตาไม่ให้ถูกแสงแดดทำร้ายและเพื่อจะได้ไม่ต้องหยีตาหลบแดดอีกด้วย

 

4. ผิวสวยด้วยกรดผลไม้

เพราะกรดผลไม้ช่วยลอกเซลล์ของชั้นผิวหนังที่ตายแล้วให้หลุดออกไปจึงช่วยลดเลือนริ้วรอยจางๆ และริ้วรอยลึกๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งริ้วรอยรอบๆ ดวงตา โดยมีหลักฐานชิ้นใหม่แสดงว่า กรดผลไม้ที่มีความเข้มข้นสูงจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อีกด้วย

 

5. เปลี่ยนจากกาแฟมาเป็นโกโก้

โกโก้มีสารประกอบ flavonol 2 ชนิด คือ เอพิคาเตซิน และคาเตซิน ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของแสงแดดทำให้การหมุนเวียนของเลือดเข้าสู่เซลล์ผิวหนังได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวทำให้ผิวนุ่มเนียนมากขึ้น

 

6. อย่าล้างหน้าบ่อยเกินไป

แพทย์ผิวหนังบอกว่า น้ำประปาจะรบกวนน้ำมันที่ผิวหนังสร้างขึ้นตามธรรมชาติซึ่งช่วยปกป้องผิวไม่ให้เกิดริ้วรอย ดังนั้นการล้างหน้าบ่อยๆ จะล้างสิ่งที่ปกป้องผิวหนังออกไป เว้นแต่ว่าสบู่ที่คุณใช้จะมีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยปกป้องผิวจึงขอแนะนำให้ใช้เคลนเซอร์ล้างหน้าแทนสบู่

 

7. ใช้วิตามินซีชนิดทา

ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Tulane และผลการศึกษาจากที่อื่นพบว่า วิตามินซีสมารถเพิ่มการผลิตคอลลาเจนช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของรังสียูวีเอและยูวีบีทำให้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอลดลงรวมถึงทำให้ภาวะผิวหนังอักเสบมีอาการดีขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิตามินซีที่ใช้ด้วยปัจจุบันผลการวิจัยส่วนมากพบว่า กรดแอล-เอสคอร์บิก สามารถลดริ้วรอยได้มากที่สุด

 

8. กินถั่วเหลืองมากขึ้น

ผลการวิจัยแสดงว่า ถั่วเหลืองอาจจะช่วยปกป้องหรือเยียวยาผิวที่ถูกแสงแดดทำร้ายได้ โดยผลการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ใน The European Journal of Nutrition รายงานว่า อาหารเสริมที่มีถั่วเหลืองเป็นส่วนประกอบพื้นฐานชนิดหนึ่ง ซึ่งมีวิตามินต่างๆ โปรตีนจากปลา และสารสกัดจากชาขาว เมล็ดองุ่น และมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบด้วยช่วยทำให้โครงสร้างของผิวดีขึ้นภายใน 6 เดือน

 

9. ดูแลผิวด้วยวิธีการที่ถูกต้อง

ถ้าต้องการรักษาผิวให้ดูอ่อนเยาว์ควรเริ่มต้นการดูแลอย่างถูกต้องด้วยวิธีที่คุณอาจจะเคยได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ไม่เคยทำเลย ดังนี้

- หลีกเลี่ยงแสงแดด

- ทาครีมกันแดด

- ไม่สูบบุหรี่

- บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์

 

เพียงใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ผิวของคุณก็จะเกิดริ้วรอยได้ยากขึ้น

 

 

ที่มา: n3k.in.th