Healthy Corner
Views  1400
ความหวังใหม่ผู้ป่วยโรคหัวใจ ยาลดไขมันในเลือด ลดเสี่ยงหัวใจวาย

 

 

 

 

โรคหัวใจและหลอดเลือด ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลก โดยเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1ของโลก และถือเป็น 1ใน 3ของสาเหตุการตายทั้งหมด

 

ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นโรคที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกสูงถึงปีละ 17ล้านคน และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับในประเทศไทย โรคหัวใจและหลอดเลือดติดอันดับ 1ใน 3ของสาเหตุหลักการป่วยและตายของคนไทย โดยพบผู้ป่วยโรคหัวใจสูงถึง 991,413ราย เฉลี่ยนาทีละ 2คน และมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 40,092ราย หรือชั่วโมงละ 5คน

 

สาเหตุหลักของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด คือ โรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว (Atherosclerosis) ซึ่งเกิดจากการสะสมของไขมันตัวร้าย หรือ แอล ดี แอล โคเลสเตอรอล (LDL-cholesterol) และสารอื่นๆ ในผนังหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดหนาขึ้นจนเกิดเป็นตะกรัน และเมื่อตะกรันมีขนาดใหญ่ขึ้น จะทำให้เกิดการตีบตันของหลอดเลือดและทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นลดลง

 

การอุดตันจะกระทบกระเทือนต่อการไหลเวียนของกระแสโลหิต และอาจลดปริมาณของออกซิเจนที่จะไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจด้วย เมื่อมีออกซิเจนไม่เพียงพอ ก็จะทำให้เกิดอันตรายต่อกล้ามเนื้อหัวใจ และทำให้หัวใจทำงานผิดปกติ กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนอาจจะตายได้ การตีบตันในหลอดเลือดนั้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการแข็งตัวของหลอดเลือด (Atherosclerosis) ซึ่งจะมีแผ่นไขมันบางๆ สะสมตามผนังหลอดเลือดพอกหนาขึ้น เป็นตะกรัน และเมื่อหลอดเลือดมีอาการตีบตันกว่า 70%ทำให้ปริมาณของออกซิเจนที่จะไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ไม่เพียงพอต่อความต้องการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะหัวใจต้องทำงานหนัก ในระหว่างการออกกำลังกาย หรือเครียด โดยจะมีอาการแสดงคือ เจ็บหน้าอก เจ็บแขนซ้ายหรือกราม อึดอัด หายใจไม่ออก อ่อนเพลีย เหงื่อออกง่าย หรือเวียนศีรษะ

 

ที่สำคัญ หากเกิดการฉีกขาดของตะกรันลิ่มเลือดที่หลุดออกมาอาจจะไปอุดตันหลอดเลือดอย่างเฉียบพลัน และทำให้เกิดหัวใจขาดเลือด ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือภาวะหัวใจวายและอาจทำให้ผู้ป่วยโรคหัวใจเสียชีวิตในที่สุด นอกจากนี้ หากมีการอุดตันบริเวณสมองก็จะก่อให้เกิดหลอดเลือดสมองอุดตัน และอาจถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน

 

ล่าสุดวงการแพทย์ได้วิจัยและพัฒนายาลดไขมันในเลือดชนิดแรกในกลุ่มสเตติน ซึ่งสามารถช่วยลดตะกรันในหลอดเลือดได้ ถือเป็นความหวังใหม่ในการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดทั่วโลก โดยได้มีการนำเสนอผลการวิจัยในงานประชุมวิชาการของสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย โดยมี ศ.นพ.ฟิลิปส์ บาเธอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ จากสถาบันโรคหัวใจ ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นผู้นำเสนอผลการวิจัย ร่วมด้วยกับ รศ.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หน่วยโรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี, รศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา หน่วยโรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี รศ.นพ.ชาญ ศรีรัตนสถาวร คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจจากทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม

 

ศ.นพ.ฟิลิปส์ บาเธอร์ เปิดเผยว่า ผลการศึกษาวิจัยดังกล่าวซึ่งถูกเรียกว่าแอสเตอรอยด์ (ASTEROID-A Study To Evaluate the Effect of Rosuvastatin On Intravascular Ultrasound-Derived Coronary Atheroma Burden) ซึ่งเป็นผลการศึกษาวิจัยชิ้นแรก ที่แสดงให้เห็นว่ายาลดไขมันในเลือด สามารถลดตะกรันในหลอดเลือดหัวใจ อันเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ โดยผลการวิจัยนี้ ได้มีการนำเสนอในงานประชุมใหญ่ของแพทย์โรคหัวใจที่สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13มีนาคมที่ผ่านมาด้วย โดย ศ.นพ. สตีฟ นิสสัน แห่งสหรัฐอเมริกา

 

ศ.นพ.ฟิลิปส์ บาเธอร์ กล่าวว่า โครงการนี้ได้ศึกษาวิจัยกับผู้ป่วยโรคหัวใจ จำนวน 507 ราย ใน 9 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย เบลเยียม แคนาดา ฝรั่งเศส อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา โดยใช้ยาลดไขมันในเลือด (โคเลสเตอรอล) ในกลุ่มสเตตินชนิดหนึ่ง เป็นเวลานานถึง 2 ปี ซึ่งผลการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่ายาลดไขมันในเลือดชนิดนี้สามารถช่วยลดตะกรัน ซึ่งเกิดจากแผ่นไขมันบางๆ หรือ พลัค (plaque) ที่สะสมอยู่ตามหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ 7-9 % และยังพบว่ายาลดไขมันดังกล่าวช่วยในการลดระดับโคเลสเตอรอลชนิดร้าย หรือแอลดีแอล โคเลสเตอรอล ลดลง 53% ขณะเดียวกันยังสามารถช่วยเพิ่มประมาณโคเลสเตอรอลชนิดดี หรือเอชดีแอล โคเลสเตอรอล ได้ 15% ซึ่งถือเป็นการศึกษาวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการใช้ยาในกลุ่มสเตตินเพื่อลดระดับไขมันในเส้นเลือดให้ได้ระดับที่ต้องการ (LDL-C Treatment Goal) แล้วมีผลทำให้การอุดตันของหลอดเลือดหัวใจลดลงได้ จึงถือเป็นผลงานวิจัยที่น่าสนใจของวงการแพทย์โรคหัวใจ ในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด และอาจเป็นความหวังใหม่ของผู้ป่วยโรคหัวใจทั่วโลก

 

 

ที่มา: palungjit.com