Healthy Corner
Views  1079
การวิจัยตัวยาสำหรับ...ผู้ป่วยโรคหัวใจ

 

 

 

 

แอสไพริน ซึ่งเป็นยาที่แพทย์หัวใจมักจะให้กับคนไข้หลอดเลือดหัวใจตีบทุกคนเพราะมีฤทธิ์ในด้านการป้องกันเลือดแข็งตัวนั้น พบว่าในผู้หญิงที่ไม่มีประวัติการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจมาก่อนและไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ก็พบว่ายาแอสไพรินในผู้หญิงกลุ่มนี้ไม่ได้มีผลดีหัวใจในด้านการป้องการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉลียบพลัน (heart attack) แต่กลับช่วยในด้านการป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองอุดตันเฉียบพลันที่ก่อให้เกิดเป็นอัมพาต

 

ต่างกับการศึกษาซึ่งส่วนใหญ่ทำการศึกษาในผู้ชาย ที่พบว่า การรับประทานแอสไพรินในขนาดที่ไม่มากนั้นจะช่วยลด และป้องกันการเกิดปัญหาทั้งหลอดเลือดหัวใจ และสมอง อย่างไรก็ตามแอสไพรินยังเป็นยาที่แนะนำให้ใช้ในคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องหลอดเลือดหัวใจ หรือมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบ

 

- ยากลุ่ม statin ยากลุ่มนี้เป็นยาลดระดับโคเลสเตอรอล แต่ก็มีฤทธิ์ในด้านอื่นๆ อีกมากมายด้วย เช่น อาจจะมีผลต่อการอักเสบของหลอดเลือด (ปัจจุบันพบว่าโรคหลอดเลือดหัวใจอาจจะมีสาเหตุจาก การอักเสบเรื้อรังได้) โดยปกติแล้วแพทย์มักจะตั้งเป้าหมายการรักษาในการควบคุมระดับโคเลสเตอรอลสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจให้ระดับไขมันแอลดีแอลต่ำกว่า 100มิลลิกรัม ต่อเดซิลิตร ซึ่งอาจจะไม่พอ

 

จากการศึกษาพบว่า ยิ่งระดับแอลดีโคเลสเตอรอลต่ำมากเท่าไหร่ยิ่งน่าจะเป็นผลดีมากขึ้น นอกจากการดูระดับไขมันแล้ว ระดับโปรตีนที่บ่งถึงการอักเสบ(Hs CPR) ของหลอดเลือดก็ลดลงด้วยจากการรับประทานยากลุ่มนี้ ในระดับขนาดยาที่สูงพอสมควร ดังนั้น ใครเป็นโรคหัวใจแล้ว แม้ระดับโคเลสเตอรอลไม่สูง แต่ไม่มียากลุ่มนี้รับประทานละก็ ต้องกลับไปถามคุณหมอหมออายุแพทย์ที่ชำนาญการใช้ยา แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะรับประทานได้ เพราะยาเองก็มีผลข้างเคียง โดยเฉพาะต่อตับและกล้ามเนื้อเหมือนกันสำหรับเรื่องของการสวนหัวใจ ขยายหลอดเลือดก็มีอะไรใหม่ๆ เยอะ

 

- การศึกษาเกี่ยวกับการใช้ขดลวดเคลือบยา ซึ่งพัฒนามามากขึ้น (มีผลทำให้โอกาสเกิดการการอุดตันของหลอดเลือดที่ได้รับการขยายใส่ขวดลดลงไม่ถึงร้อยละ 2เมื่อเทียบกับสมัยก่อนที่ไม่มีขดลวดเคลือบยา การเกิดการอุดตันของหลอดเลือดภายใน 6เดือนแรก อาจสูงถึง ร้อยละ 30)  ปัจจุบันการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและขดลวดเคลือบยาสามารถทำได้ผลดีในคนไข้โรคหลอดเลือดหัวใจ ได้เกือบทุกประเภทแล้ว ซึ่งเมื่อก่อนยังมีข้อจำกัดในกลุ่มคนไข้ที่หลอดเลือดบริเวณต้นขั้ว (Left main) ของหัวใจอุดตัน และคนไข้ที่มีหลอดเลือดอุดตันทั้ง 3เส้นหรือผู้ป่วยโรคเบาหวาน แต่เดี๋ยวนี้ จากการศึกษาพบว่าการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและใช้ขดลวดเคลือบยาได้ผลดีมาก ถึงแม้จะทำในตำแหน่งของหลอดเลือดบริเวณต้นขั้น..หรือทั้ง 3เส้น..หรือในผู้ป่วยกลุ่มที่เมื่อก่อนต้องรักษาด้วยการทำผ่าตัดบายพาสเท่านั้น และได้ผลดี

 

ส่วนหนึ่งจากการพัฒนาของตัวขดลวดเคลือบยา ซึ่งมีให้เลือกหลายขนาดและหลายแบบ มากขนาดและหลายแบบมากขึ้นจะเหลือเพียงตำแหน่งของหลอดเลือดแดงใหญ่ตรงตำแหน่งที่เป็นทางแยกเท่านั้นที่ยังมาสามารถใช้ ขดลวดเลือดยาได้ จึงอาจจะต้องยอมโดยผ่าตัดหน้าอกไปก่อนซึ่งก็คงต้องรอการพัฒนาของเครื่องมืออีกระยะหนึ่งครับ คงไม่นานเกินรอ

 

การที่มีการพัฒนาทำให้การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยขดลวดเคลือบยานั้น ทำให้การพิจารณาในการรักษาคนไข้หลอดเลือดหัวใจตีบเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันพบว่าอายุเฉลี่ยของคนไข้ลดลง แม้ในบ้านเราเอง คนไข้ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (heart attack) ที่อายุน้อยที่สุดอายุเพียง 21ปีเท่านั้น ถ้าคนไข้อายุยิ่งน้อย และ การทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายยังดีการผ่าตัดซึ่งส่วนใหญ่แล้วอายุของหลอดเลือดที่นำมาเปลี่ยนนั้นไม่เกิน 20  ปี (ส่วนใหญ่แล้วตันเร็วกว่านี้มาก..คนส่วนใหญ่...ผ่าตัดบายพาสครั้งเดียวแล้วอยู่ไปตลอดชีวิต)

 

ถึงแม้การขยายหลอดเลือดเองนั้นก็อาจจะมีการตีบของหลอดเลือด ได้ใหม่ ดังนั้นไม่ใช่ว่าการขยายหลอดเลือดหรือการผ่าตัดหลอดเลือด หัวใจจะเป็นคำตอบสุดท้ายของการรักษา เพราะทั้งสองวิธีไม่ใช่เป็นการทำให้ โรคหายขาดการติดตามการรักษากับแพทย์อายุรกรรมหัวใจ เพื่อรับประทานยาที่เหมาะสมออกกำลังกาย ให้เหมาะสมเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจ และทำจิตใจให้สบายนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้หลอดเลือดที่ได้รับการรักษาไป แล้วนั้นจะอยู่กับเรานานมากขึ้น

 

 

ที่มา: phyathai.com