Healthy Corner
Views  1995
เผยผลวิจัยล่าสุด ช่วยลดอาการแทรกซ้อน จากโรคเบาหวาน

 

 

 

 

ผลวิจัยล่าสุดจากการศึกษาในโครงการ ADVANCE (Action in Diabetes and Vascular Disease: Preterax and Diamicron MR Controlled Evaluation) ซึ่งเป็นการทดสอบทางคลินิกครั้งใหญ่สุดที่เคยทดลองในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ทั่วโลก เผยให้เห็นถึงข้อมูลสำคัญที่จะช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อลดการเกิดโรคแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

 

โดยข้อมูลล่าสุดจากการศึกษาในโครงการ ADVANCE ที่ได้รับการนำเสนอในวันนี้ที่การประชุมสมาพันธ์โรคเบาหวานสากล (The International Diabetes Federation - IDF) แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยใช้ยา gliclazide MR (Diamicron MR) ในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ได้รับการทดสอบทางคลินิกที่แตกต่างกัน

 

การทดสอบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วย gliclazide MR จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไตแทรกซ้อน ซึ่งจะช่วยลดอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับหลอดเลือดฝอยและหลอดเลือดใหญ่ได้ในที่สุด

 

"การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วย gliclazide MR มีประสิทธิภาพในการลดระดับ HbA1C โดยไม่ต้องคำนึงถึงอายุ เพศ ระยะเวลาการเป็นโรคเบาหวาน ดัชนีมวลกาย ระดับ HbA1C ในช่วงเริ่มการทดสอบ รวมถึงวิธีเบื้องต้นที่ใช้ในการลดระดับน้ำตาล" โซเฟีย ซองกาส นักวิจัยในโครงการ ADVANCE จากสถาบันจอร์จเพื่อสุขภาพนานาชาติ (The George Institute for International Health) ในออสเตรเลีย กล่าว "นอกจากนั้นการรักษาด้วย gliclazide MR ยังป้องกันการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปและไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มด้วย"

 

การศึกษาในโครงการ ADVANCE ยังแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยที่มีการควบคุมระดับน้ำตาลอย่างจริงจังจะมีโอกาสเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจน้อยลง ซึ่งการค้นพบดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลทางสถิติของโครงการวิจัยเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด 4 โครงการ ซึ่งรวมถึงโครงการ ADVANCE และ ACCORD ที่แสดงให้เห็นว่าการควบคุมระดับน้ำตาลช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจได้ถึง 9% และลดการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายได้ถึง 15% นอกจากนั้นผู้ลงทะเบียนเข้ารับการทดสอบระดับชาติจำนวนมาก (ซึ่งรวมถึงผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 กว่า 70,000 คน) ยังเปิดเผยว่าการลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วย gliclazide MR ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้มากกว่าเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยวิธีอื่น

 

"การศึกษาในโครงการ ADVANCE ถือเป็นการเก็บข้อมูลทางคลินิกครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่" จอห์น ชาลเมอร์ส หัวหน้านักวิจัยในโครงการ ADVANCE จากสถาบันจอร์จเพื่อสุขภาพนานาชาติ กล่าว "เราตั้งเป้าว่าจะติดตามอาการของผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการต่อไป และเราเชื่อว่าข้อมูลใหม่ๆ ที่ได้จากโครงการนี้ จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หลายสิบล้านคนทั่วโลกต่อไปในอนาคต"

 

ในการประชุมสมาพันธ์โรคเบาหวานสากล นักวิจัยจากโครงการ ADVANCE ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่จะทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ

 

อายุของผู้ป่วยในช่วงที่ได้รับการวินัจฉัยโรค ระยะเวลาการเป็นโรคเบาหวาน เพศ ค่าความต่างระหว่างความดันโลหิตช่วงหัวใจบีบและหัวใจคลายตัว โรคความดันโลหิตสูงที่รักษาแล้ว ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาการเบาหวานขึ้นตา ระดับ HBA1C อัตราส่วนระหว่างโปรตีนอาบูมิน/ครีตินิน และระดับคอเลสเตอรอล non-HDL ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่สามารถทำนายโอกาสการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจได้ โดยนักวิจัยในโครงการ ADVANCE ได้พัฒนาเครื่องมือทำนายความเสี่ยงแบบใหม่ขึ้นโดยอาศัยตัวแปรต่างๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งน่าจะมีความสัมพันธ์กับผู้ป่วยโรคเบาหวานในปัจจุบันมากกว่าเครื่องมือทำนายความเสี่ยงแบบเดิมอย่างแบบจำลอง Framingham และ UKPDS (United Kingdom Prospective Diabetes Study)

 

 

ที่มา: meedee.net