Healthy Corner
Views  728
ดูแลกายและใจ…ในหน้าหนาว

 

 

 

 

ฤดูหนาวเป็นฤดูกาลที่มนุษย์ต้องการความสงบ ร่างกายทำงานเชื่องช้า เราจึงควรเตรียมรับมืออากาศหนาวเย็นที่กำลังย่างกรายมา

 

เกิดอะไรกับร่างกายในฤดูหนาว

เราคงไม่ได้หลับใหลนอนซุกผ้าห่มตลอดวันตลอดคืน แต่ระบบเผาผลาญในร่างกายของเรานี่ซิ ที่หยุดความกระตือรือล้นในฤดูนี้ นั่นคือ ชีพจรเต้นช้าลงเล็กน้อย รวมทั้งจำนวนเม็ดเลือดแดงก็ลดน้อยลง จึงส่งผลให้เลือดไหลเวียนที่กล้ามเนื้อน้อยลงด้วย และในทางตรงกันข้าม ความดันโลหิตก็สูงขึ้น เพราะเส้นเลือดหดตัว อันเนื่องมาจากอากาศที่หนาวเย็น

 

หากอากาศขมุกขมัว แสงแดดอ่อนแรง ก็จะส่งผลให้การผลิตฮอร์โมนซีโรโทนินลดลง ในขณะที่ฮอร์โมนเมลาโทนินในเลือดเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนแห่งการนอนหลับก็ลดความต้องการทางเซ็กส์ และในขณะเดียวกันคอเลสเตอรอลก็สูงขึ้น อันเนื่องมาจากความดันโลหิตสูง เพราะขาดการออกกำลังกาย และรับประทานอาหารไม่ถูกกับฤดูกาล นอกจากนี้ ภูมิต้านโรคก็ต้องทำงานหนักกว่าเดิม เพราะเรามีอาการเจ็บคอ น้ำมูกไหลหรือเป็นไข้หวัดใหญ่

 

เกิดอะไรกับจิตใจในฤดูหนาว

จากการศึกษาพบว่า จิตใจและสมองของมนุษย์ต้องการแสงสว่างจากดวงอาทิตย์อย่างน้อยที่สุด 2000 Lux เพื่อรักษาความสมดุลของจิตใจ ผู้คนในประเทศตะวันตกมักเป็นโรคซึมเศร้าในฤดูหนาว เพราะขาดแสงแดด แม้ว่าประเทศไทยจะมีแสงแดดอย่างเพียงพอก็ตาม คุณก็ควรบำรุงจิตใจตัวเอง เช่น เข้าสปา อาบน้ำแร่ หรือหากมีอารมณ์ไม่ดีก็รับประทานช็อกโกแลตสักเล็กน้อย

 

ฟิตร่างกายให้มีสุขภาพดี

ในฤดุหนาวควรนอนหลับยาวขึ้นอีกหนึ่งชั่วโมง เพราะฮอร์โมนเมลาโทนินทำให้ง่วงในฤดูหนาว หากใครที่ปฏิบัติตามนาฬิกาชีวิตก็จะได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะระหว่างการนอนหลับลึก ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแอนตี้เอจิ้ง ซึ่งจะช่วยในการผลัดเปลี่ยนเซลล์ใหม่ ๆ เกิดภูมิต้านโรคขึ้นใหม่ และมีการขจัดฮอร์โมนแห่งความเครียด

ในฤดูหนาวจึงควรรับประทานโปรตีนให้เพียงพอ และควรรับประทานอาหารอุ่น ๆ เช่น แกงจืด ผัก หรืออาหารที่มีเนื้อสัตว์ เช่น ปลา หรือถั่ว และดื่มชาใส่เครื่องเทศ เช่น อบเชย

 

สิ่งที่ต้องระวัง

หากเส้นเลือดหดตัวในฤดูหนาวจะทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี ผู้ที่มีปัญหาไขข้อก็จะปวดมากขึ้นในฤดูนี้ หรือผู้ป่วยโรคหืดก็มีปัญหากับหลอดลม หากมีอาการของโรคกำเริบก็ควรไปพบแพทย์ นอกจากนี้ ก็ควรใส่ใจสุขภาพด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่น โดยเฉพาะบริเวณอุ้งเชิงกราน และเท้าเพื่อให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงในฤดูหนาวนี้

 

 

ที่มา: tlcthai.com