Healthy Corner
Views  1625
อโวคาโด

 

 

 

 

นักโภชนาการได้พบว่า อโวกาโดอุดมด้วยวิตามิน A, B, E, C น้ำตาล เส้นใย ไขมัน โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และสังกะสี รวมถึงมีกรด leinoic และไขมันที่ไม่อิ่มตัว ซึ่งสามารถลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด และควบคุมไทรอยด์ได้ จึงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแตกในสมอง โรคหัวใจ และภาวะผนังหลอดเลือดแดงแข็งได้

      

น้ำมันอโวกาโดมีสาร beta-sitosterol ที่สามารถกันการดูดซึม cholesterol ในลำไส้ได้ดีกว่าน้ำมันมะกอก และน้ำมัน canola อีกทั้งมีวิตามิน E ที่เป็นสาร anti-oxidant ซึ่งช่วยลดโอกาสการเป็นโรคหัวใจ และช่วยบำรุงผิวหนัง นอกจากนี้ก็มีสาร carotenoid ที่ช่วยป้องกันตาไม่ให้เป็นต้อได้

      

ในประเทศ New Zealand จึงมีน้ำมันอโวกาโด ครีมอโวกาโดและแคปซูลอโวกาโดขาย ซึ่งน้ำมันที่บริสุทธิ์จะมีสีเขียวอ่อน แต่ถ้าไม่บริสุทธิ์จะมีสีเหลืองอ่อน และมีรสจืดกว่าน้ำมันที่บริสุทธิ์ ความนิยมใช้น้ำมันอโวกาโด ณ ปัจจุบันกำลังแพร่หลาย โดยใช้กินกับสลัดและจุ่มขนมปัง นอกจากนี้บางภัตตาคารยังใช้น้ำมันอโวกาโดต่างเนยเหลว และแทนน้ำมันมะกอกเป็นการเปลี่ยนความจำเจ

 

สำหรับเนื้อผลอโวกาโดนั้นก็สามารถใช้แทนเนื้อสัตว์ได้ เพราะมีโปรตีนและไขมันมากถึง 30% ใน California ถือกันว่าอโวกาโดเป็นผลไม้พิเศษที่ให้สุขภาพเหมือนมะกอก (olive) เมล็ดดอกทานตะวัน ถั่วเหลือง และข้าวโพด เพราะอโวกาโดมีโพแทสเซียมมากกว่ากล้วยถึง 60% ดังนั้นคนที่ชอบอาหารมังสวิรัติจึงนิยมกินอโวกาโดแทนเนื้อ โดยนำมาใส่ในแซนด์วิช หรือวางบนขนมปังแล้วโรยเกลือกับพริกไทย หรือใช้ทำไอศกรีม ในอเมริกากลาง ชาวบ้านที่ยากจนนิยมกินอโวกาโดกับข้าวขาว คนชิลีใช้อโวกาโดแทนเนื้อในแฮมเบอร์เกอร์


       
สำหรับคุณประโยชน์ด้านสุขภาพอื่นๆ ก็มีงานวิจัยที่ได้พบว่า อโวกาโดสามารถป้องกันโรค rheumatoid ได้ และมีเกลือแร่ 14 ชนิด รวมถึงมีเหล็กและทองแดงที่ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง กับมีวิตามิน 9 ชนิด คือ A, B1 (thiamine), B2 (riboflavin), niacin, pantothenic acid, biotin, C (ascorbic acid), E (tocopherol) และ K ซึ่งเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ในการทำให้ผิวของผู้หญิงที่บริโภคอโวกาโดดูสวย และผิวของผู้ชายดูสมบูรณ์

 

 

ที่มา: manager.co.th