Healthy Corner
Views  814
ผู้เชี่ยวชาญแนะควบคุมความดันโลหิต

 

 

 

 

 

เภสัชกรเชิดเกียรติ แกล้วกสิกิจ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9พิษณุโลก กล่าวว่าทุกคนต้องมีความดันโลหิต เพราะความดันโลหิตจะเป็นแรงผลักดันให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกาย เมื่อหัวใจบีบตัวจะบีบเลือดไปยังหลอดเลือดแดงทำให้เกิดความดันโลหิตและแรงต้านทานของหลอดเลือด

 

หัวใจคนเราเต้น 60-80ครั้ง ความดันก็จะเพิ่มขณะที่หัวใจบีบตัว และลดลงขณะที่หัวใจคลายตัว ความดันโลหิตของคนเราไม่เท่ากันตลอดเวลาขึ้นกับท่า ความเครียด การออกกำลังกาย การนอนหลับ แต่ไม่ควรเกิน 140/90หากสูงกว่านี้แสดงว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง ดังนั้นประชาชนควรจะเรียนรู้และรักษาให้ความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะโรคความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ทำให้หัวใจต้องทำงานหนัก อาจจะทำให้เกิดโรคหัวใจวายซึ่งเป็นโรคที่มีอัตราตายสูง โรคนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งของโรคอัมพาต โรคไต โรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

 

โรคความดันโลหิตสูงเป็นภัยเงียบที่คุกคามชีวิตเนื่องจากไม่มีอาการเตือน ดังนั้นการจะทราบว่าเป็นความดันโลหิตสูงจำเป็นต้องวัดความดันโลหิตจากแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ที่พบมากที่สุดไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดเรียกว่า primary hypertension แต่มักจะพบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความสัมพันธ์กับการรับประทานอาหารเค็ม อ้วน กรรมพันธุ์ อายุมาก เชื้อชาติ และการขาดการออกกำลังกาย ส่วนที่ทราบสาเหตุเรียก secondary hypertension เช่น เนื้องอก ต่อมหมวกไต ยาคุมกำเนิด ชนิดนี้หากทราบสาเหตุสามารถรักษาให้หายขาดได้

 

ปัจจัยเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง เช่น น้ำหนัก คนอ้วนพบความดันโลหิตสูงมากกว่าคนผอม เมื่อลดน้ำหนักความดันจะลดลง เกลือ ทานเค็มมีแนวโน้มที่จะมีความดันโลหิตสูง  การขาดการออกกำลังกาย  ความเครียด  การสูบบุหรี่  ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน ผู้ที่ไม่ได้รักษาความดันโลหิตสูงจะมีผล คือ มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มขึ้น 3เท่า / มีโอกาสเกิดโรคหัวใจวายเพิ่มขึ้น 6เท่า มีโอกาสเกิดโรคอัมพาตเพิ่มขึ้น 7เท่า

 

การรักษาความดันโลหิตสูงโดยไม่ต้องใช้ยา ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติอะไร เพศ อายุเท่าใด จะสามารถป้องกันความดันโลหิตสูงหรือการรักษาความดันโลหิตสูงโดยที่ไม่ต้องใช้ยาโดยวิธีการดังต่อไปนี้

 

                - ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หากอ้วนให้รีบลดน้ำหนัก

                - ให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

                - เลือกอาหารมี่มีเกลือต่ำ

                - ให้ลดปริมาณแอลกอฮอล์ให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

                - งดบุหรี่ เป็นวิธีการที่ได้ผลดีในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

                - รับประทานอาหารที่มีคุณภาพโดยการลดอาหารเค็ม ลดอาหารมันเพิ่มผักผลไม้

                - พยายามไม่เครียด

                - ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่เพราะมียาบางตัวทำให้เกิดความดันโลหิตสูง

                - การจะใช้ยาคุมกำเนิดต้องปรึกษาแพทย์

 

จะเห็นได้ว่าหากประชาชนทุกคนมีความรู้ หมั่นวัดความดันโลหิต และสามารถควบคุมป้องกันความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ตลอดเวลาก็จะสามารถป้องกันโรคร้ายแรงต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคไต อัมพาต ที่จะคุกคามชีวิตได้อย่างไม่ยากนัก

 

 

ที่มา: rd1677.com