Healthy Corner
Views  2005
ไขมันพอกตับ (Fatty Liver)

 

 

 

เป็นภาวะที่มีการสะสมไขมันมากเกินไปในเซลล์ตับ  คือมีไขมันในตับมากเกินกว่าร้อยละ 5ของน้ำหนักตับ โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของไขมันที่มากเกินในตับจะเป็นไตรกลีเซอไรด์ หากมีการอักเสบของตับจะเรียกว่า Steatohepatitis โดยปกติแล้วภาวะไขมันพอกตับมักพบในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ แต่ก็อาจพบได้ในผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ผู้ที่เป็นโรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง และโรคเบาหวาน  นอกจากนี้ ภาวะไขมันพอกตับยังอาจเป็นผลจากความผิดปกติอื่น ๆ เช่น ตับอักเสบจากไวรัส   ภาวะทุพโภชนาการ การขาดสารอาหาร และการใช้ยาบางชนิด เป็นต้น

 

ส่วนใหญ่จะตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพประจำปี โดยจะพบว่าผลการทำงานของตับผิดปกติ โดยมีค่าSGOT,SGPT สูง แพทย์จะส่งตรวจ ultrasoundและส่งเลือดตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ บางรายอาจจะต้องเจาะชิ้นเนื้อตับเพื่อไปตรวจวินิจฉัย หลังจากนั้นแพทย์จะแจ้งว่าท่านเป็นไขมันพอกตับ Fatty liver หรือตรวจพบจากการตวจอัลตร้าซาวด์เพื่อรักษาโรคอย่างอื่น ทั้งนี้เนื่องจากผู้ป่วยไขมันพอกตับในระยะแรก หรือแม้กระทั่งพัฒนาเป็นตับอักเสบหรือตับแข็งแล้วก็ตาม ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการกว่า 50%ไม่แสดงอาการโดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นไขมันพอกตับระยะแรก แต่ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา ภาวะไขมันพอกตับก็จะรุนแรงขึ้น

 

อาการ

- รู้สึกอึดอัดหรือปวดแน่นบริเวณชายโครงด้านขวา

- เบื่ออาหาร รู้สึกท้องอืดท้องเฟ้อคล้ายอาหารไม่ย่อย

- ท้องผูกหรือท้องเสียเป็นประจำ

- อ่อนเพลียง่าย ไม่มีเรี่ยวแรง

- ในรายที่รุนแรงอาจมีอาการดีซ่าน (ผิวเหลือง และตาเหลือง) หรือคลื่นไส้ อาเจียน

- ตรวจพบค่าเอ็นไซม์ตับ SGPT, SGOT สูงขึ้น (แสดงว่าตับมีการอักเสบ)

- ระดับโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง

 

แต่อย่างไรก็ตาม ระดับความรุนแรงของไขมันพอกตับไม่อาจวัดด้วยระดับความรุนแรงหรือจำนวนมากน้อยของอาการ เนื่องจากบ่อยครั้งไขมันพอกตับจนเป็นตับแข็งแล้วผู้ป่วยก็ยังไม่รู้สึกมีอาการ

 

อันตราย

- ทำให้ตับทำงานผิดปกติตับ เป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งในร่างกาย เป็นเสมือนโรงงานเคมีของทำหน้าที่สำคัญหลายๆ อย่าง เช่น กักเก็บสารอาหารสังเคราะห์โปรตีน โคเลสเตอรอล และวิตามิน ผลิตน้ำดีเพื่อย่อยอาหารประเภทไขมัน ควบคุมการสันดาปของฮอร์โมน ผลิตสารที่นำเกล็ดเลือดไปห้ามเลือดเมื่อผนังหลอดเลือดได้รับบาดเจ็บและกำจัด สารพิษที่ตกค้างในร่างกาย ฯลฯ เมื่อมีเซลล์ไขมันจำนวนมากแทรกอยู่ในเซลล์ตับจะทำให้โครงสร้างภายในของตับแปรเปลี่ยนไปย่อมจะทำให้ตับทำงานผิดปกติและส่งผลกระทบทั่วทั้งร่างกาย

 

- ส่งผลกระทบต่อผลการรักษาของโรคเรื้อรังต่างๆเช่น เบาหวาน ตับขาดสารอาหาร ตับอักเสบจากไวรัส เป็นต้น ผู้ป่วยไขมันพอกตับจึงมักอยู่คู่กับโรคเรื้อรังหลายอย่างเช่น โรคอ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจตีบ เกาต์ นิ่วในถุงน้ำดี เป็นต้น ไขมันพอกตับนอกจากไปเพิ่มความรุนแรงของโรคเรื้อรังเหล่านี้แล้ว ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลการรักษาของโรคเรื้อรังเหล่านี้ไม่ดีเท่าที่ ควรและยากต่อการฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของตับให้กลับสู่ภาวะปกติ

 

- กลายเป็นตับแข็งในที่สุดหากไขมันพอกตับไม่มีการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้ ตับอักเสบและกลายเป็นตับแข็งในที่สุด

 

ยาลดไขมันในเลือดสูงส่งผลกระทบต่อไขมันพอกตับอย่างไร

โคเลสเตอรอลในร่างกายคนเรา 80%ขึ้นไปสังเคราะห์จากตับ การใช้ยาแผนปัจจุบันเพื่อลดระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดเป็นประจำจะไปกดการทำงานของตับไม่ให้ปล่อยโคเลสเตอรอลเข้าไปในกระแสเลือด ทำให้ตับสำลักไขมันจนเกิดไขมันพอกตับได้ ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและการออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อลดการใช้ยา เป็นอีกวิธีสำคัญวิธีหนึ่งในการป้องกันและบรรเทาภาวะไขมันพอกตับได้

 

 

ที่มา: thaihealth.or.th