Healthy Corner
Views  3093
7 ความเชื่อผิดๆ เมื่อเป็นไข้หวัด

 

 

 

เวลาจามให้เอามือปิดปาก เวลามีไข้ให้นอนพักผ่อนเยอะๆ ไม่ควรออกกำลังกาย หลากความเชื่อแสนคลาสสิกที่ได้ยินกันมานาน เชื่อว่าหลายคนต้องมีแอบสงสัยจริงไหมนะกับความเชื่อเหล่านี้!!

      

เอาเป็นว่ามาฟังคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันว่าความเชื่อไหนกันที่ถูก แล้วความเชื่อไหนบ้างที่ผิด จะได้เอาไว้เป็นแนวปฏิบัติตัวให้หลีกไกลไข้หวัด ในช่วงฝนตกชุกอย่างช่วงนี้

      

ความเชื่อที่1  ห้ามออกจากบ้าน ขณะที่ผมยังเปียก

หลายคนมีความเชื่อว่า หากออกจากบ้านในขณะที่ผมเปียก ศีรษะเย็น จะเสี่ยงต่อการเป็นหวัด ทว่าความจริงแล้วผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ Rachel Vreeman คุณหมอด้านกุมารเวชศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัย Indiana เปิดเผยว่า ไม่เป็นความจริง เพราะไม่ว่าผมจะเปียก หรือไม่เปียก ก็สามารถเป็นไข้หวัดได้ หากได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดเข้าไปผลวิจัยจากการฉีดเชื้อไวรัสไข้หวัดเข้าไปในจมูกของอาสาสมัคร 2กลุ่ม ให้กลุ่มหนึ่งอยู่ในสภาพอากาศที่เปียกและเย็น อีกกลุ่มอยู่ในสภาพอากาศปกติ พบว่า คนทั้งสองกลุ่มไม่ได้มีแนวโน้มในการเจ็บป่วยที่แตกต่างกันเลย ดังนั้นการเป็นหวัดจึงมาจากเชื้อไวรัสมากกว่าสภาพอากาศ

      

ความเชื่อที่2 เป็นไข้แล้ว กินอาหารน้อยลงกว่าปกติ

ข้อนี้ไม่ถึงกับเป็นความเชื่อที่ผิด แต่แพทย์ระบุว่า คนส่วนใหญ่พอป่วยจะรู้สึกเบื่ออาหาร กินไม่ลง หรือกินน้อยลง ซึ่งเป็นความผิดมหันต์ ข้อเท็จจริง เมื่อเป็นไข้ต้องกินอาหารที่ดี และมีประโยชน์ให้มากกว่าปกติกินอาหารให้ครบ 5หมู่ เพราะร่างกายจะต้องการพลังงานจากอาหารมากกว่าปกติ เพื่อนำไปต่อสู้กับเชื้อไข้หวัดร่างกายจะได้ไม่แย่ไปกว่าเดิม และพยายามดื่มน้ำให้มากขึ้น

      

ความเชื่อที่3 ห้ามดื่มนมวัว เดี๋ยวน้ำมูกเยอะ

สำหรับความเชื่อนี้ ฟันธงว่า ไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน คนส่วนใหญ่เชื่อว่า นมวัวหรือผลิตภัณฑ์จากนมวัว จะเพิ่มการผลิตเมือก ซึ่งนั่นหมายถึงจะทำให้มีน้ำมูกมากขึ้นแต่จากผลการศึกษาด้วยวิธีการให้คนกลุ่มหนึ่งดื่นนมวัว อีกกลุ่มให้ดื่มนมถั่วเหลือง ผลก็ยังปรากฏว่า ปริมาณน้ำมูกของคนทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกันเลย

ความเชื่อที่4 จับหน้าผาก สังเกตอาการไข้

แท้จริงแล้ว การสังเกตตัวเองหรือคนใกล้ตัวว่าเริ่มมีอาการไข้หรือไม่นั้น ควรสังเกตที่ใบหน้ามากกว่าการเอามือแตะหน้าผากอย่างที่หลายคนเคยชินนักวิจัยระบุว่า ใบหน้าของเราจะบอกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงร่างกายได้มากที่สุด มากกว่าศีรษะเสียอีก ดังนั้นหากเริ่มรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อน ก็ไม่ต้องรอให้หน้าผากหรือศีรษะร้อน เร่งควาญหาเสื้อหนาๆ มาใส่ให้อบอุ่นได้เลย เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนของอาการไข้หวัดแล้ว

      

ความเชื่อที่5 กินซุปไก่ น้ำแกงชั้นยอด ช่วยลดไข้หวัดได้

มีการกล่าวขานว่า ซุปไก่เป็นยารักษาหวัดตามธรรมชาติ ซึ่งนักวิจัยให้ข้อมูลว่า เป็นความเชื่อที่ถูกต้อง เพราะไก่มีโปรตีน และกรดอะมิโนตามธรรมชาติ ที่ออกฤทธิ์เหมือนยาขับเสมหะแต่ทั้งนี้ในซุปนั้นต้องใส่ผักเข้าไปด้วย เพราะผักอย่าง หอม หรือกระเทียม จะทำให้ซุปไก่ มีประโยชน์มากยิ่งขึ้น

      

ความเชื่อที่6 เมื่อเป็นไข้ ควรผักผ่อนเยอะๆ และห้ามออกกำลังกาย

เมื่อเป็นไข้หวัดร่างกายต้องการการพักผ่อนก็จริง แต่การออกกำลังกายสักเล็กน้อยจะทำให้รู้สึกดียิ่งขึ้นด้วยข้อนี้เป็นความเชื่อฝังแน่น ที่หลายคนคงได้ยินมาบ่อยๆ ส่วนข้อเท็จจริงสำหรับกรณีนี้ การศึกษาจากมหาวิทยาลัย Ball State ได้ทำการศึกษากับอาสาสมัคร 2กลุ่มที่เป็นหวัด โดยให้กลุ่มหนึ่งออกกำลังกาย 30นาทีต่อครั้ง และ 5ครั้งต่อสัปดาห์ ขณะที่อีกกลุ่มพักผ่อนเฉยๆ โดยไม่มีการออกกำลังกาย และผลการศึกษาพบว่า แม้การหายจากภาวะป่วยของคนทั้งสองกลุ่มจะใช้เวลาไม่ต่างกัน แต่ในกลุ่มคนที่ออกกำลังกายจะรู้สึกดีกว่าสบายตัวกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายแต่ไม่ควรออกกำลังกายอย่างหักโหมเกินไป เช่น ออกกำลังกายมากกว่า 90นาทีต่อครั้ง เพราะเป็นการเสี่ยงที่จะทำให้ร่างกายเจ็บป่วยมากกว่าเดิม

      

ความเชื่อที่7  การใช้มือปิดปากเมื่อจาม

แม้การใช้มือปิดปากระหว่างไอหรือจามจะดูสุภาพ แต่กลับเป็นสิ่งที่ทำให้เชื้อโรคแพร่ไปยังผู้อื่นได้ง่ายขึ้น เพราะเมื่อเราไอหรือจามใส่มือ เชื้อโรคที่ติดอยู่ในมือจะสามารถแพร่ไปติดใครต่อใครได้ง่าย ผ่านจากการสัมผัสสิ่งต่างๆ เช่น โทรศัพท์ ปุ่มกดลิฟท์ หรือแม้แต่ลูกบิดประตูวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ เมื่อเป็นไข้หวัดควรล้างมือบ่อยๆ ใช้กระดาษทิชชูแทนผ้าเช็ดหน้า จะได้ใช้แล้วทิ้งเลย แต่หากไม่มีทิชชู เมื่อไอหรือจามควรใช้วิธีจามใส่ข้อศอกด้านในของตัวเอง เพราะเป็นจุดที่แพร่เชื้อโรคได้น้อยกว่ามือ

 

ที่มา: tlcthai.com