Healthy Corner
Views  1343
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะ เบาหวาน รู้ทัน ไม่ขื่นขม

 

 

 

จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคเบาหวานมีมากกว่า 3ล้านคน และที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือ ผู้ที่เข้ารับการรักษากว่าครึ่งไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่าป่วยเป็นเบาหวาน

 

แพทย์หญิงศิริกานต์ นิเทศวรวิทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเบาหวาน ไทยรอยด์และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลบางปะกอก 9อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า โรคเบาหวาน เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เกิดจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือประสิทธิภาพของอินซูลินลดลงเนื่องจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอยู่เป็นเวลานาน และทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่ออวัยวะต่างๆ เช่น ตา ไต และระบบประสาทได้ ซึ่งในคนปกติก่อนรับประทานอาหารเช้าจะมีระดับน้ำตาลในเลือดประมาณ 70-110มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หลังจากรับประทานอาหารแล้ว 2ชั่วโมง ระดับน้ำตาลจะอยู่ที่ประมาณ 140มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ผู้ที่ระดับน้ำตาลสูงไม่มากอาจจะไม่มีอาการอะไร การวินิจฉัยโรคเบาหวานจะทำได้โดยการเจาะเลือด

 

ผู้ป่วยเบาหวาน หรือป่วยเป็นโรคเบาหวานมานาน หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจตีบอื่นๆ เช่น สูบบุหรี่ มีกรรมพันธุ์ทางสายเครือญาติที่มีภาวะความดันโลหิตสูงโคเลสเตอรอลสูงมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ อยู่แล้ว เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ และโรคแทรกซ้อนทางตาโต ควรระมัดระวังดูแลตนเองด้านอาหารการกิน และมีการออกกำลังกายอย่างพอดีไม่หักโหมจนเกินไป ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายบางประเภทที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับยาฉีดอินซูลิน และควรป้องกันแผลอันอาจเกิดขึ้นจากการออกกำลังกาย เพราะนอกจากแผลจะหายยากแล้ว อาจเกิดโรคแทรกซ้อนเพิ่มขึ้นอีกได้

 

แพทย์หญิงศิริกานต์ กล่าวอีกว่า ในกลุ่มคนที่เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ด้านประวัติครอบครัวมีพ่อแม่ พี่ หรือน้อง ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ควรจะต้องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดแม้ว่าจะยังไม่มีอาการก็ตาม รวมถึงในกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ เช่น ในคนที่มีรูปร่างอ้วนน้ำหนักเกิน 20เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักปกติผู้ที่อายุมากกว่า 45ปีขึ้นไป ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมากกว่า 140/90เป็นต้น โดยมีวิธีตรวจสอบที่ทำได้ง่ายและสะดวกที่สุดก็คือ การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่ออ่านค่าเลือดว่าปกติ สูงไป หรือต่ำไปอย่างไร นอกจากนี้ ควรจะมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีการควบคุมอาหาร และการคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

 

ปัจจุบันผู้ป่วยโรคเบาหวานมีจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคนส่วนใหญ่จะรู้ตัวเมื่อเป็นโรคเบาหวานแล้ว และต้องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดที่โรงพยาบาล หรือคลินิกเท่านั้น ทำให้การตรวจวัดไม่มีความสม่ำเสมอ ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะตรวจร่างกายประจำปี หรือป่วยแล้วไปพบแพทย์ ดังนั้นเราจึงไม่ควรละเลยการตรวจระดับน้ำตาลอย่างสม่ำเสมอด้วย

 

 

ที่มา:  ryt9.com