Healthy Corner
Views  1357
Plant stano- กับสุขภาพหัวใจ

 

 

 

ในปัจจุบันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตันนั้นมีสถิติสูงขึ้นอย่างน่ากลัว และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในอันดับต้น ๆ ของทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบยุโรปและอเมริกา

 

โรคหลอดเลือดหัวใจเกิดจากการมีรอยโรคที่เรียกว่า พลาก (Atherosclerotic Plaque) ตรงผนังหลอดเลือด โดยเมื่อตรวจดูพลากจะพบว่าเต็มไปด้วยไขมันปะปนกับเซลล์ เศษเซลล์ และโปรตีนเส้นใย มีแคลเซียมมาสะสม พลากอาจจะค่อย ๆ สะสมเพิ่มขนาดจนทำให้รูหลอดเลือดแดงตีบแคบลง หรืออาจเกิดการแตกและกระตุ้นให้เกิดกลไกการสร้างลิ่มเลือดจนอุดตันหลอดเลือดช่วงนั้น กล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่ตามปรกติที่ถูกหล่อเลี้ยงโดยเส้นเลือดที่อุดตันนี้จึงขาดเลือด ขาดออกซิเจน จนทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจส่วนนั้นตายตามมาได้

 

ปัญหาโคเลสเตอรอลสูงเป็นต้นเหตุสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งโรคร้ายอื่น ๆ ทั้งหัวใจวายและเส้นเลือดในสมองแตก ทำให้มีการวิจัยกันอย่างแพร่หลายเพื่อหาวิธีที่จะลดโคเลสเตอรอล ซึ่งการวิจัยที่ประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับไปทั่วโลกนั้นเกิดขึ้นที่ประเทศฟินแลนด์ ที่มีการค้นพบ "Plant Stanol" ซึ่งเป็นสารสกัดที่มีอยู่ในข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวไรย์ และพืชอื่น ๆ จากธรรมชาติ ที่ช่วยลดโคเลสเตอรอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ การคิดค้น Plant Stano- ในฟินแลนด์เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 1972ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวฟินแลนด์มีปัญหาโคเลสเตอรอลสูง ส่งผลให้คนวัยทำงานเสียชีวิตด้วยโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดสูงที่สุดในโลก รัฐบาลฟินแลนด์จึงเร่งหามาตรการแก้ปัญหานี้ โดยมีภาครัฐและเอกชนร่วมใจกันรณรงค์ลดโคเลสเตอรอล และรัฐบาลยังได้ระดมผู้เชี่ยวชาญมาคิดค้นวิจัยสารสกัดที่จะช่วยลดโคเลสเตอรอล จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จสามารถค้นพบ Plant Stano- ทำให้โครงการรณรงค์ลดโคเลสเตอรอลของฟินแลนด์ประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ภายใน 5ปี อัตราการตายของชาวฟินแลนด์จากโรคที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดในวัยทำงานลดลงถึง 70%และองค์การอนามัยโลกยังได้จัดอันดับคุณภาพของประชากรชาวฟินแลนด์ให้ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 11ของโลก

 

การทำงานของ Plant stanolเมื่อโคเลสเตอรอลถูกดูดซึมจากลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือด (การดูดซึมนี้จะเกิดขึ้นบริเวณส่วนบนของลำไส้เล็ก ซึ่งเรียกว่ามิกส์ ไมเซลส์ (Mixed micelles) จะเกิดปฏิกิริยา 2อย่างที่ช่วยยับยั้งการดูดซึมโคเลสเตอรอลคือ

 

1. ปฏิกิริยาเกิดขึ้นในลำไส้ โดย Plant Stano- จะไปแทนที่โคเลสเตอรอลจากมิกส์ ไมเซลส์ ซึ่งโคเลสเตอรอลที่ไม่ได้เข้ารวมตัวกับมิกส์ ไมเซลส์ จะไม่ถูกดูดซึมแต่จะถูกขับออกจากร่างกายในรูปของอุจจาระ

 

2. ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นใน epithelia- cells ในผนังลำไส้เล็ก โดย Plant Stano- จะถูกนำเข้าไปใน epithelia- cells กลับเข้าสู่ลำไส้และกระตุ้น transporter proteins ให้นำโคเลสเตอรอลจาก epithelia- cells กลับเข้าสู่ลำไส้

 

มีงานวิจัยทางการแพทย์กว่า 40ชิ้น ระบุว่าหากรับประทาน Plant Stano- อย่างต่อเนื่องจะช่วยลดโคเลสเตอรอลชนิดเลวซึ่งไม่ดีต่อร่างกาย (Low-density lipoprotein - LDL) ได้ถึง 10-15%

 

สำหรับระยะแสดงผลนั้นได้มีการทำวิจัยซึ่งปรากฏผลคือ หลังจากรับประทาน Plant Stano- อย่างต่อเนื่อง จะเห็นผลได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2เป็นต้นไป ข้อมูลจากผลการทดลองพบว่าปริมาณ Plant Stano- ที่เหมาะสมในการลดโคเลสเตอรอล คือ 2กรัมต่อวัน ซึ่งหากจะรับประทานพืชจากธรรมชาติให้ได้ Plant Stano- ที่เพียงพอนั้นจะต้องรับประทานอาหารหรือผลไม้ในปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกาย เช่น จะต้องรับประทานส้ม 500กิโลกรัม องุ่น 133กิโลกรัม อัลมอนด์ 100กิโลกรัม น้ำมันถั่วเหลือง 33กิโลกรัม ข้าวสาลี 5.1กิโลกรัม จึงจะได้รับ Plant Stano- 2กรัม ดังนั้น การรับประทาน Plant Stano- ที่สกัดออกมาจึงเป็นเป็นวิธีที่ดีกว่า

 

สำหรับผู้ที่ใช้ยาลดไขมันได้มีการวิจัยพบว่าการใช้ยาสเตตินและ Plant Stano- ร่วมกันจะช่วยเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกัน เพราะทั้ง 2ตัวนี้จะมีปฏิกิริยาในการลดโคเลสเตอรอลต่างกัน โดยยาสเตติน (Statin) (HMG-CoA reductase inhibitor) ซึ่งเป็นยาลดโคเลสเตอรอลที่นิยมใช้มากที่สุดขณะนี้จะลดโคเลสเตอรอลโดยไปยับยั้งการสังเคราะห์โคเลสเตอรอลในตับ จากการทดลองของนักวิจัยที่ชื่อ แบลร์ (Blair SN) และคณะ โดยการให้ผู้ป่วยที่มีโคเลสเตอรอลในเลือดสูงรับประทานมาร์การีนผสม Plant Stano- ร่วมกับการใช้ยาลดโคเลสเตอรอล พบว่าสามารถลดโคเลสเตอรอลได้ถึง 17%

 

รูปแบบของ Plant stanol

Plant stano- มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ ทั้งแบบที่เป็นผง ของเหลว และแบบแข็งที่มีลักษณะเหมือนก้อนไขมัน ขึ้นอยู่กับว่าจะนำไปใส่ในอาหารรูปแบบใด ซึ่งในต่างประเทศได้มีการนำเอา Plant stano- ไปใส่ในอาหารหลากหลายรูปแบบ เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว น้ำผลไม้ ไส้กรอก สมูทตี้ น้ำสลัด เบเกอรี่ มาการีน เป็นต้น

 

 

ที่มา: medicthai.com