Healthy Corner
Views  1139
แพทย์ชี้ สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า อ้วน ถึงขั้นเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต

 

 

 

 

หัวใจและหลอดเลือด นับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1ของโลก โดยจากสถิติพบว่า ทุก ๆ 2วินาที จะมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้  1คน แต่คุณรู้หรือไม่ว่ามฤตยูร้ายตัวจริง คือโรคหลอดเลือดแดงแข็ง เพราะเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และยังเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน และอัมพฤกษ์-อัมพาตอีกด้วย

 

การลดระดับของไขมันโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (แอลดีแอล คอเลส  เต อรอล) ให้ได้ตามเป้าหมาย จะช่วยลดการสะสมของตะกรันในผนังหลอดเลือด เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อเนื่องในการที่จะลดอัตราการตายและอัตราการพิการ จากโรคเหล่านี้ได้ ซึ่งปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ในด้านการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดมีความ ก้าวหน้ามากกว่าสมัยก่อนมาก

 

ในงานประชุมทางวิชาการ  “Asia Pacific Cardiovascular Summit  หรือ CV Summit”  ได้มีการนำเสนอผลการวิจัยเกี่ยวกับความเสี่ยงจากโรคหัวใจและหลอดเลือดกับหลอดเลือดแดงแข็ง ตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและในอนาคต

 

มีการรวบรวมและสรุปข้อมูลทางระบาดวิทยาเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดใน ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการรักษาเพื่อลดระดับไขมันในเลือดและผลที่ตามมา ซึ่งมีผลเกี่ยวเนื่องกับลักษณะของเส้นเลือดที่เปลี่ยนแปลง โดยพบว่าการใช้ยาบางตัวในการลดระดับไขมันในเส้นเลือดลงได้มีแนวโน้มว่าจะทำ ให้เส้นเลือดที่แข็งตัวกลับคืนในทางที่ดีขึ้นได้

 

ศ.นพ.ฟิลลิป บาร์เตอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจจากสถาบันโรคหัวใจ ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า “การมีระดับไขมันตัวร้ายหรือโคเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอล (LDL) ในเลือดสูง โอกาสที่จะก่อให้เกิดโรคหัวใจหลอดเลือดและโรคหลอดเลือดแดงแข็งก็จะสูง นอกจากนี้ยังพบว่าหากผู้มีโคเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอล (LDL) ใน เลือดสูงและยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย เช่น อายุมากขึ้น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ความดันสูง อ้วนลงพุง โรคเบาหวาน ไตรกลีเซอไรด์สูง โอกาสที่จะเกิดโรคหัวใจและขาดเลือดหรือ เกิดอัมพฤกษ์อัมพาตก็จะยิ่งมีมากขึ้น และพบว่าผู้หญิงที่มีโคเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอล (LDL) ใน เลือดสูงจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจหลอดเลือดและโรคหลอดเลือดแดงแข็งมากกว่าผู้ชาย ดังนั้นนอกจากการที่ต้องลดระดับไขมันตัวร้ายแล้ว การลดปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวก็จะเป็นผลดีต่อหัวใจและหลอดเลือดด้วย”

 

ในงานประชุมดังกล่าว ยังได้มีการนำเสนอผลการศึกษา CEPHEUS เกี่ยวกับการดูแลรักษาผู้ป่วยและพฤติกรรมการรับประทานยาในผู้ป่วยที่มีระดับไขมัน ในเลือดสูงในผู้ป่วยจำนวนมาก โดยได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการดูแลรักษาผู้ป่วยและพฤติกรรมการรับประทานยาใน ผู้ป่วยที่มีระดับไขมันในเลือดสูงในผู้ป่วย 8ประเทศของยุโรป จำนวน 15,000คน จากประเทศเบลเยียม, ฝรั่งเศส, ฟินแลนด์, กรีซ, ไอร์แลนด์, ลักเซมเบิร์ก, เนเธอร์แลนด์ และ ตุรกี

 

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยจำนวน 55%สามารถควบคุมและลดระดับไขมันได้ถึงเป้าหมายตามที่แพทย์กำหนดแต่ในขณะ  ที่ ผู้ป่วยอีก 45%ไม่สามารถที่จะลดระดับไขมันลงได้ถึงเป้าหมายตามที่แพทย์กำหนด และผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า แพทย์ส่วนใหญ่ไม่เพิ่มขนาดยาในการรักษา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรเริ่มต้นใช้ยาที่มีประสิทธิภาพ  ตั้งแต่เริ่มรักษา โดยพบว่าผู้ป่วยที่ให้ความร่วมมือในการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอจะสามารถลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดชนิด LDL ลงได้ตามเป้าหมายที่แพทย์กำหนด

 

นพ.เจงอุยปาร์ค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ จากประเทศเกาหลีใต้ ผู้ประสานงานโครงการการวิจัย CEPHEUS ระดับ นานาชาติแห่งเอเชีย กล่าวเพิ่มว่า การควบคุมระดับโคเลสเตอรอลให้ถึงเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะพบว่าหากผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้มี โอกาสที่จะเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดต่าง ๆ ตามมา และผลการศึกษาทางคลินิกเป็นจำนวนมากก็ยืนยันว่าผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ อัมพฤกษ์ อัมพาต โดยมากกว่า 30%ของผู้ป่วยเหล่านี้มีสาเหตุจากการมีโคเลสเตอรอลในเลือดชนิดร้าย  (LDL) ที่ สูง นอกจากนี้ยังพบข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า จำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบมีถึง 7ล้านคนต่อปี และกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตมี  ถึง 6ล้านคนต่อปี ซึ่งพบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา

 

พญ. อรินทยา พรหมินธิกุล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หนึ่งในคณะผู้วิจัยโครงการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะหยุดยาเอง  เมื่อรับประทานยาไป แล้วระยะหนึ่งเมื่อเห็นว่าโคเลสเตอรอลเริ่มลดลง แต่ทางที่ดี ในทางการแพทย์ผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานยาต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เพื่อลดและควบคุมระดับโคเลสเตอรอลให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งโครงการ Pan-Asian CEPHEUS Study จะ ดำเนินการวิจัยใน 9 ประเทศ คือ เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เข้าใจทัศนคติและการรักษาของแพทย์และผู้ป่วยในการ รักษาภาวะไขมันในเลือดสูง อันจะนำไปสู่การช่วยให้คนไข้ไปถึงเป้าหมายในการควบคุมระดับไขมันในเลือด และช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดในที่สุด

 

ที่มา: nungning.com