Healthy Corner
Views  1466
แพทย์ชี้ จิตใจกับโรคหัวใจ มีความเชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องกัน

 

 

 

ขอนำบทความเรื่อง “จิตใจกับโรคหัวใจ….ความโยงที่เกี่ยวเนื่อง’ เขียนโดยน.พ.พฤฒ อิศรางกูร ณ อยุธยา จิตแพทย์โรงพยาบาลรามคำแหง มานำเสนอ

 

คุณหมอพฤฒ บอกว่า โรคหัวใจ ก็ดูเหมือนเป็นโรคทางกายอีกโรคหนึ่ง ที่เป็นผลเกี่ยวเนื่องมาจากจิตใจ และเมื่อเป็นโรคนี้แล้วกลับมีผลสะท้อนมาสู่จิตใจได้อีกเช่นกัน จึงเป็นเสมือนปฏิกิริยาสะท้อน ที่เกิดขึ้นระหว่างจิตใจกับโรคหัวใจ ดังนั้นจิตใจกับหัวใจนั้นมีส่วนสัมพันธ์โยงใยกัน

 

โดยเริ่มต้นเราลองสังเกตคนใกล้ชิด หรือคนที่ป่วยเป็นโรคหัวใจว่า สภาพจิตใจและบุคลิกภาพเดิมก่อนที่เขาจะป่วยและหลังป่วยแล้ว เป็นเช่นไร เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของจิตใจกับโรคหัวใจ ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจผู้ป่วยโรคหัวใจมากขึ้น โดยแยกรายละเอียดเป็น 2ประเด็นหลัก ดังนี้

 

ประเด็นที่ 1พื้นฐานด้านจิตใจ และบุคลิกภาพทีส่งผลให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ พบว่าโรคหัวใจแต่ละประเภท จะมีความเกี่ยวเนื่องกับพื้นฐานด้านจิตใจ แต่เดิมและบุคลิกภาพของผู้ป่วยแต่ละคน แตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น

 

โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ หรืออุดตัน จะพบมากในคนที่มีบุคลิกภาพก้าวร้าว ย้ำคิดย้ำทำ ละเอียดลออ ขาดความอดทน อารมณ์ไม่แน่นอน และโกรธง่ายเมื่อมีความเครียด หรือเรียกอีกอย่างก็คือ พวกที่ชอบสร้างความเครียดให้กับตนเอง

 

โรคความดันโลหิตสูง มักจะเกิดกับคนที่ชอบแสดงอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง โดยที่ไม่สามารถควบคุมได้ จะมีอารมณ์ที่มากกว่าการโกรธทั่วๆ ไป อย่างเช่น กรี๊ดร้อง หรืออีกนัยหนึ่ง ก็คือพวกโมโหร้ายนั่นเอง

 

โรคหัวใจล้มเหลว จะเกิดขึ้นบ่อยในพวกที่มักได้รับความกดดันจากสภาพภายนอก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อม สังคม ครอบครัว การทำงาน ฯลฯ จนเกิดเป็นความเครียด หรือแม้แต่ในคนที่มีปมขัดแย้งในจิตใจ อันเนื่องมาจากปัญหาในอดีต ซึ่งทำให้เกิดความทุกข์ คุกรุ่นอยู่ภายในใจ เกิดเป็นความเครียดสะสมเป็นเวลานาน จนในที่สุดจึงแสดงออกมาเป็นอาการของโรค

 

เห็นได้ว่าพื้นฐานทางด้านจิตใจ และบุคลิกภาพหลายๆ อย่าง ล้วนมีส่วนส่งผลต่อการเกิดโรคหัวใจ โดยมักจะก่อให้เกิดความเครียด และค่อยๆ สะสม พัฒนาไปจนมีผลต่อหลอดเลือด และป่วยเป็นโรคหัวใจในที่สุด

 

ดังนั้น หากเราต้องการที่จะลดความเสี่ยงของการป่วยเป็นโรคหัวใจลง ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความเครียด หรือถ้าเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องรีบจัดการกับความเครียดนั้นให้หมดไปโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะด้วยวิธีการนั่งสมาธิ ฝึกจิตใจให้สงบ ผ่อนคลายจิตใจ ปรับจิตใจตนเอง ออกกำลังกาย หางานอดิเรกทำ รวมทั้งการเข้าพบจิตแพทย์ เพื่อรับการรักษาด้วยวิธีการใช้ยา หรือจิตบำบัด

 

ประเด็นที่ 2ปฏิกิริยาทางด้านจิตใจของผู้ที่ทราบว่าตนเองป่วยเป็นโรคหัวใจพบว่า เมื่อผู้ป่วยทราบว่าตนเองป่วยเป็นโรคหัวใจ มักจะมีปฏิกิริยาทางด้านจิตใจต่อการป่วยที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะปฏิกิริยาที่สร้างปัญหาให้แก่ผู้ดูแล และแพทย์ รวมทั้งมีผลทำลายสุขภาพของตัวผู้ป่วยเองให้เสื่อมโทรมลง

 

กลัว: ผู้ป่วยบางคนจะกลัวมาก กลัวจนไม่กล้าทำอะไรที่เคยทำได้ คอยแต่มุ่งรักษาสุขภาพตัวเอง และคอยเรียกร้องให้คนช่วยเหลือตลอดเวลา จนญาติผู้ดูแลเบื่อหน่าย และเครียดมากในการเฝ้าปรนนิบัติดูแล เพราะผู้ป่วยจะทำตัวเหมือนเด็กแบเบาะที่ต้องการการดูแลเอาใจอย่างมาก

 

วิตกกังวล: ผู้ป่วยจะสับสนกับการป่วยของตนระหว่างมีความหวังกับสิ้นหวัง โดยจะแสดงออกเป็นความวิตกกังวล ถามซ้ำ ๆ เพื่อย้ำความแน่ใจ ซึ่งทำให้ผู้ดูแลรวมทั้งแพทย์เหนื่อยในการตอบคำถามเดิมๆ จนเปลี่ยนเป็นความรำคาญ และกลายเป็นความห่างเหินไม่อยากสนใจผู้ป่วยอีก ผู้ป่วยก็จะยิ่งวิตกกังวลมากขึ้น และสร้างความรำคาญมากขึ้น ซึ่งในที่สุดหากผู้ป่วยมีอาการทรุดลงจริงๆ

 

ปฏิเสธ : เป็นการที่ผู้ป่วยใช้กลไกทางจิตอย่างหนึ่งด้วยการไม่ยอมรับกับความจริง ซึ่งพบมากในผู้ป่วยที่เคยแข็งแรงดี ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมาตลอด ทำให้ผู้ป่วยยอมรับไม่ได้ว่าตนเองป่วย และจะปฏิบัติตนไม่เหมือนผู้ที่ป่วย จึงไม่ยอมกินยา ไม่ยอมปรับกิจวัตรของตน รวมทั้งไม่ยอมมาพบแพทย์ตามนัด ยิ่งทำให้อาการของโรคทรุดหนักลง สร้างความหนักใจให้แก่ญาติผู้ดูแล และแพทย์ผู้รักษาเพิ่มมากขึ้น

 

มาถึงตรงนี้ทำให้เราเข้าใจได้ว่า จิตใจกับโรคหัวใจนั้น มีส่วนโยงใยเกี่ยวเนื่องกันอย่างไร เพื่อเราจะได้เริ่มสังเกตคนรอบๆ ข้าง โดยเฉพาะตัวเราเองว่ามีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจหรือไม่ จะได้หาทางป้องกันไว้ก่อน หรือถ้าเป็นแล้วก็ดูแลรักษาให้ถูกต้อง ไม่ต้องสร้างความหนักใจตามมาภายหลัง

 

 

ที่มา: wiseknow.com